รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เปิดโครงการ “สอจร.สัญจร ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดกำแพงเพชร”
วันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ห้องเยาวมาลย์ โรงแรมชากังราว ริเวอร์วิว อำเภอเมืองกำแพงเพชร นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้ นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “สอจร.สัญจร ภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดกำแพงเพชร” โดยมี นพ.ประดิษฐ์ รุ่งพิบูลโสภิษฐ์ ประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) ภาคเหนือตอนล่าง ,นายสดุดี พุทธัง ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร,นายสมเกียรติ ชื่นอยู่ นายอำเภอเมืองกำแพงเพชร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้แทน สอจร. จากทั่วประเทศ รวมกว่า 120 คน เข้าร่วมงานเพื่อขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม
นพ.ประดิษฐ์ เปิดเผยถึงเหตุผลที่เลือกจังหวัดกำแพงเพชรเป็นพื้นที่จัดประชุมในครั้งนี้ว่า เนื่องจากจังหวัดกำแพงเพชรเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และระบบคมนาคมจากภาคกลางสู่ภาคเหนือ มีปริมาณการเดินทางของประชาชน แรงงาน และการขนส่งสินค้าเกษตรหนาแน่น สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาและความจำเป็นในการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นระบบ เหมาะสมอย่างยิ่งในการเป็นพื้นที่เรียนรู้และแลกเปลี่ยนบทเรียนให้เครือข่าย สอจร. ทั่วประเทศนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของตนเอง
ภายในงานอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ การบรรยายพิเศษเชิงนโยบายโดย นายแพทย์วิทยา ชาติบัญชาชัย ประธาน สอจร., การเสวนาหัวข้อ “มาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันและลดปัญหาเมาแล้วขับ” โดยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนครสวรรค์และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 6 และกิจกรรมศึกษาดูงานในพื้นที่จริง 3 สาย ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร (มาตรการองค์กรในสถานศึกษา), เทศบาลตำบลสักงาม (ต้นแบบกลไก ศปถ. ระดับตำบลและศูนย์เด็กเล็กปลอดภัย) และศูนย์เด็กเล็กเทศบาลตำบลพรานกระต่าย (การใช้ TSY Program หรือ "วัคซีนจราจร" ในเด็กปฐมวัย)
นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า จังหวัดได้กำหนดทิศทางภายใต้แผนปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2569 มุ่งสู่เป้าหมาย “การสัญจรทางถนนที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน” และตั้งเป้าลดจำนวนผู้เสียชีวิตในปี 2570 ให้ไม่เกิน 100 ราย ผ่านการขับเคลื่อน 4 ด้านหลัก ได้แก่ คน รถ ถนน และสภาพแวดล้อม ผ่าน 3 กลไกสำคัญ คือ การบังคับใช้กฎหมาย, การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานจุดเสี่ยง และการสร้างวินัยวัฒนธรรมความปลอดภัย ควบคู่กับการรณรงค์สวมหมวกนิรภัย 100% และการประเมินผลอย่างต่อเนื่องในระดับพื้นที่ และในนามของจังหวัดกำแพงเพชร ผมขอขอบคุณ สอจร.ภาคเหนือตอนล่าง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างเข้มแข็งและที่มาร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้และประสบการณ์จากงาน 'สอจร. สัญจร' ในครั้งนี้จะถูกนำไปต่อยอดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในพื้นที่ เพื่อเป้าหมายสูงสุด คือ การลดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้กับทุกคน