นายกฯ แถลงประชุม ครม. นัดพิเศษ เร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 4 ด้าน เตรียมแถลงนโยบายสัปดาห์หน้า

นายกฯ แถลงประชุม ครม. นัดพิเศษ เร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 4 ด้าน เตรียมแถลงนโยบายสัปดาห์หน้า
บทสรุป
หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีที่ได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เข้าถวายสัตย์ปฏิญานตน ได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ในทันที ซึ่งที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบร่างนโยบายรัฐบาลที่จะนำไปแถลงต่อรัฐสภา เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารประเทศในระยะเร่งด่วน 4 ด้าน คือ 1.ปัญหาเศรษฐกิจ จะลดรายจ่าย ค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ด้วยโครงการ “คนละครึ่ง” ลดค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และค่าพลังงาน 2.ปัญหาความมั่นคง กรณีพิพาท ไทย-กัมพูชา จะดำเนินมาตรการทางการทูตควบคู่มาตรการทางทหาร 3.ปัญหาภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ ต้องปรับปรุงระบบ มาตรการการดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ 4.ปัญหาภัยสังคม ดำเนินการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด การพนัน การพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ และดำเนินการทางวินัยและกฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ยืนยันว่าจะยุบสภาภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าจะยุบสภาฯ ภายในเดือนมกราคม 2569 เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ภายในเดือนมีนาคม 2569 หรืออย่างช้าต้นเดือนเมษายน 2569 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะได้กำหนดต่อไป ส่วนการแถลงนโยบายคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ที่ประชุมฯ ยังมีมติมอบหมายนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ตรวจพิจารณาร่างมติคณะรัฐมนตรี และพิจารณากลั่นกรองเรื่องคดีและเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายก่อนเสนอนายกรัฐมนตรี รวมทั้งแต่งตั้ง นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

รายละเอียด
​หลังจากที่เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อมาวันที่ 19 กันยายน 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี โดยนายอนุทิน ได้นำคณะรัฐมนตรีทั้ง 36 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณตน ในวันที่ 24 กันยายน 2568
​(24 ก.ย. 68) ภายหลังถวายสัตย์ปฏิญาณตน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ทันทีที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายอนุทิน แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างนโยบายรัฐบาลที่จะนำไปแถลงต่อรัฐสภา เพื่อกำหนดทิศทางการบริหารประเทศไทยในระยะเวลาอันจำกัด ซึ่งเน้นการแก้ไขปัญหา 4 ด้าน ได้แก่
1. ปัญหาเศรษฐกิจ ลดรายจ่าย ค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ด้วยโครงการ “คนละครึ่ง” ลดค่าเดินทาง ค่าขนส่ง และค่าพลังงาน สนับสนุนให้ประชาชนใช้พลังงานทดแทนได้มากขึ้น สะดวกขึ้น ง่ายขึ้น
2. ปัญหาความมั่นคง กรณีพิพาท ไทย-กัมพูชา รัฐบาลจะดำเนินมาตรการทางการทูตควบคู่มาตรการทางทหาร เพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศไทย และรักษาประโยชน์ของประชาชนไทย
3. ปัญหาภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ นอกจากจะต้องเร่งรัดทำระบบเตือนภัย ป้องกันภัย จะต้องปรับปรุงระบบ มาตรการการดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งจะต้องแก้กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการได้สะดวก คล่องตัว แก้ปัญหาให้ประชาชนเร็วที่สุด และถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการรั่วไหลหรือการทุจริตคอร์รัปชัน
4. ปัญหาภัยสังคม รัฐบาลจะดำเนินการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด การพนัน การพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ เครือข่ายฉ้อโกงประชาชนขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก และเป็นภัยทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง รวมทั้ง ดำเนินการทางวินัยและกฎหมายกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างเด็ดขาด โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน แล้วตามด้วยการดำเนินคดีอาญาทุกกรณี ทั้งนี้รัฐบาลยืนยันไม่สนับสนุนธุรกิจการพนันทุกรูปแบบ ไม่มีเอนเตอร์เทนเมนต์แบบมีกาสิโน และไม่อนุญาตให้การพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย
รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาข้าว ราคามันสำปะหลัง และสินค้าเกษตรอีกหลายชนิด โดยจะมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ย พร้อมดำเนินการป้องกัน ปราบปราม ขบวนการลักลอบนำผลผลิตการเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าประเทศไทยอย่างไม่ถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรในประเทศตกต่ำ ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพการผลิตภาคเกษตรให้เป็นเกษตรอัจฉริยะ
รัฐบาลจะจัดทำระบบสาธารณสุข ให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงและสะดวกที่สุด และปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา พร้อมเดินหน้าเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทย เข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก
นอกจากนี้ รัฐบาลจะจัดให้มีการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ในวันที่มีการลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปครั้งหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 4 เดือน นับตั้งแต่วันแถลงนโยบายรัฐบาล ต่อรัฐสภา ซึ่งคาดว่าจะยุบสภาฯ ภายในเดือนมกราคม 2569 เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ภายในเดือนมีนาคม 2569 หรืออย่างช้าต้นเดือนเมษายน 2569 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะได้กำหนดต่อไป
พร้อมกันนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ทำหนังสือกราบเรียนประธานรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลในช่วงวันที่ 28–30 กันยายน 2568 และยังได้กำหนดแนวทางการประชุมคณะรัฐมนตรี รวมถึงปรับกรอบการทำงานให้ทุกหน่วยงานเร่งรัด ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน แต่ยังคงความถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถดำเนินโครงการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยคณะรัฐมนตรีทุกคนต้องพร้อมทำงานตลอดเวลาสัปดาห์ละ 7 วัน ซึ่งจะเป็นการทำงานมิติใหม่ของคณะรัฐมนตรีประเทศไทย และการประชุมคณะรัฐมนตรีอาจจะมีมากกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน ในกรณีที่มีความจำเป็น เพราะปัญหาของประเทศไม่สามารถรอได้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีพร้อมที่จะมุ่งมั่น ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาอย่างเต็มที่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอย่างดีที่สุด เพื่อตอบสนองประโยชน์สุขให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
นอกจากนี้ที่ประชุมฯ มีมติมอบหมายนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ดังนี้
1. มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตรวจพิจารณาร่างมติคณะรัฐมนตรี
2. มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองเรื่องคดีและเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายก่อนเสนอนายกรัฐมนตรี ในเรื่องต่อไปนี้
2.1 เรื่อง การดำเนินคดีในศาลปกครองในกรณีที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถูกฟ้องในคดีปกครองที่เกี่ยวข้องกับมติคณะรัฐมนตรี
2.2 เรื่อง การดำเนินคดีในศาลรัฐธรรมนูญในกรณีคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
2.3 เรื่อง เกี่ยวกับกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติและพระราชกำหนด
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้งเมื่อคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาและมีมติอนุมัติ ให้ความเห็นชอบ หรือมีคำสั่งใด ๆ ในเรื่องต่าง ๆ ที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีแล้ว สลค. จะจัดทำร่างมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น ๆ แล้วเสนอให้รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ตรวจพิจารณาและลงนามรับรองความถูกต้องก่อน จึงจะถือเป็นมติคณะรัฐมนตรีที่จะแจ้งให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องและหน่วยงาน หรือ บุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ ถือปฏิบัติ หรือดำเนินการต่อไป
การพิจารณาเกี่ยวกับกฎหมายโดยเฉพาะในระดับพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด หรือการดำเนินคดีความต่าง ๆ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถูกฟ้องในคดีปกครองที่เกี่ยวข้องกับมติคณะรัฐมนตรี จะต้องมีการตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและข้อกฎหมายอย่างรอบด้านและเพื่อให้การพิจารณาของนายกรัฐมนตรีเป็นไปด้วยความรอบคอบ
และที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เสนอแต่งตั้ง นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ในตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2568 เป็นต้นไป


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar