ปภ. ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนน้ำท่วม กองทัพบก เร่งขนย้ายสิ่งของช่วยเหลือประชาชน

ปภ. ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนน้ำท่วม กองทัพบก เร่งขนย้ายสิ่งของช่วยเหลือประชาชน

บทสรุป
จากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขังกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ส่งข้อความ Cell Broadcast แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง อาทิ
แม่น้ำป่าสัก ที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งระดับน้ำใกล้ล้นตลิ่ง พื้นที่หลายอำเภอใน จ.จันทบุรี ที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม รวมถึงการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่กระทบพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ ขณะเดียวกัน หลายจังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการพระนครศรีอยุธยา ชลบุรี นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ ยังประสบปัญหาน้ำท่วม โดยหน่วยงานรัฐและกองทัพเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัยได้แจ้งให้อาสาสมัครเครือข่ายใน
จ.กาญจนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 8-10 กันยายนนี้

รายละเอียด
(8 ก.ย. 68) กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังหรือน้ำรอการระบาย โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่
ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ช่วงวันที่ 9–11 กันยายน มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 12–14 กันยายน ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะเริ่มมีฝนลดลง ส่วนภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในพื้นที่เขตลาดกระบังมีฝนตกสูงสุดถึง 94 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำที่ประตูระบายน้าลาดกระบังสูงเกินระดับวิกฤติ +0.35 เมตร การระบายน้ำทำได้จำกัด เนื่องจาก จ.ฉะเชิงเทรา มีปริมาณน้ำมากไม่สามารถรองรับน้ำได้ จำเป็นต้องปรับการระบายน้ำผ่านประตูน้ำพระโขนงลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก เพื่อรองรับสถานการณ์ต่อไป
จังหวัดสมุทรปราการ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรปราการ ส่งหนังสือถึงทุกหน่วยงานให้เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุและช่วยเหลือประชาชน จัดชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าถึงครัวเรือนที่ถูกน้ำท่วมโดยด่วน โดยให้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสำรวจทุกซอย ทุกหมู่บ้าน
เพื่ออำนวยความสะดวก พร้อมประสานทุกพื้นที่จัดเจ้าหน้าที่เวรประจำจุดน้ำท่วมขัง และพร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่ง Cell Broadcast แจ้งเตือนหลายพื้นที่
• เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำป่าสัก ที่สถานี S.42 ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และใกล้ล้นตลิ่ง
• ฝนตกหนักในพื้นที่ จ.จันทบุรี อ.เมืองฯ อ.แหลมสิงห์ อ.ขลุง อ.มะขาม อ.เขาคิชฌกูฏ ให้เฝ้าระวัง
น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่เสี่ยงลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา
• แม่น้ำปราจีนบุรีล้นตลิ่งในหลายตำบล เช่น ต.วังดาล ต.กบินทร์ ต.เมืองเก่า ต.ย่านรี ต.บ่อทอง
ต.วังตะเคียน อ.กบินทร์บุรี และพื้นที่ใกล้เคียง
• เขื่อนเจ้าพระยาปรับอัตราระบายน้ำเพิ่มเป็น 1,700 ลบ.ม. ต่อวินาที ส่งผลกระทบประชาชน
นอกคันกั้นน้ำ ที่ ม.1, 2 และ 3 ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ขอให้ยกของขึ้นที่สูง ดูแลกลุ่มเปราะบาง
ด้านกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท (เวลา 06.00 น.) สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 1,982 ลบ.ม. ต่อวินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำจากแม่น้ำ
สะแกกรังและลำน้ำสาขา ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันได ในอัตราไม่เกิน 2,000 ลบ.ม. ต่อวินาที พร้อมติดตามและประเมินสถานการณ์ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อน
ขณะที่ ปริมาณฝนตกหนักท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และใน จ.ลพบุรี ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้า
คลองชัยนาท–ป่าสักเพิ่มขึ้น โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักชลสิทธิ์ ปรับลดการระบายน้ำจาก 200 ลบ.ม. ต่อวินาที เหลือ 150 ลบ.ม. ต่อวินาที ช่วงวันที่ 8–10 กันยายน เพื่อบรรเทาผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเจ้าท่าอยุธยา ออกประกาศฉบับที่ 17/2568 เรื่อง กำหนดแนวทางการสัญจรในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักเป็นการเฉพาะชั่วคราว กรณีการระบายน้ำจาก
เขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ 1,600 ลบ.ม. ต่อวินาที เช่น พิจารณาจำกัด และหรือลดขนาดความยาวของขบวนเรือลำเลียง จัดส่งรายการเรือเข้า-ออก ล่วงหน้า 6 ชั่วโมง
นายกองตรี ดร.ภาณุพงศ์ ศิริ นายอำเภอบางปะอิน ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ มีมติเสนอให้จังหวัดพิจารณาประกาศให้ อ.บางปะอิน เป็นพื้นที่ประสบภัย จำนวน 10 ตำบล 78 หมู่บ้าน เพื่อเตรียมมาตรการช่วยเหลือต่อไป พร้อมสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
บูรณาการกับทุกภาคส่วน ดูแลประชาชนในการขนย้ายสิ่งของและจัดสถานที่รับรองประชาชนกรณีฉุกเฉิน
ทุกตำบล และได้ลงพื้นที่ตรวจระดับน้ำบริเวณคลองบางหงส์ จุดเชื่อมการสัญจรของประชาชนในพื้นที่
ต.บ้านเลน และ ต.คลองจิก เพื่อเตรียมจัดทำแนวกระสอบทรายกั้นน้ำและสูบน้ำออกจากพื้นที่
ด้านกองพันทหารม้าที่ 27 ให้ความช่วยเหลือบ้านเรือนของประชาชน สถานที่ราชการที่ประสบภัย
น้ำท่วม บริเวณริมแม่น้ำน้อย ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายบ้านของนางทับทิม จิตรสมชีพ และบ้านของนายอดิศักดิ์ ภิณญโภชน์ ต.หัวเวียง อ.เสนา ขณะที่ หน่วยทหารม้าที่ 5 กองพันทหารม้าที่ 23 รักษาพระองค์ จัดกำลังพลของหน่วย ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ลงเรือแจกจ่ายสิ่งของยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่
​จังหวัดนครสวรรค์ นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังมีมวลน้ำจากทางภาคเหนือและการระบายน้ำจาก
เขื่อนสิริกิติ์ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำน่านและลุ่มน้ำยมมีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันน้ำท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตรและพื้นที่เศรษฐกิจ ด้านนายสำเริง ณรงค์เดชา ผู้อำนวยการ
ส่วนอุทกวิทยาที่ 1 นครสวรรค์ เปิดเผยว่า ส่วนอุทกวิทยาที่ 1 ได้แจ้งเตือนภัยระดับสัญญาณไฟสีเหลือง เกี่ยวกับระดับน้ำในพื้นที่ อ.หนองบัว ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลระดับน้ำของสถานีเตือนภัยล่วงหน้า
เพื่อเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ที่บ้านอุดมพัฒนา ต.วังบ่อ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ล่าสุดระดับน้ำใกล้เคียงกับระดับวิกฤตอยู่ในเกณฑ์แจ้งเตือนภัย และให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง
​จังหวัดชลบุรี ปภ.จังหวัดชลบุรี รายงานจากฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน ส่งผลให้
4 อำเภอ ได้แก่ เมืองชลบุรี ศรีราชา บางละมุง และสัตหีบ รวม 13 ตำบล 37 ชุมชน/หมู่บ้าน และ
ถนนสายหลัก–สายรองกว่า 16 เส้นทางได้รับผลกระทบ พื้นที่ อ.เมืองชลบุรี หลายชุมชนในเขตเทศบาล
เมืองแสนสุขและอ่างศิลาถูกน้ำเอ่อเข้าท่วม ถนนสุขุมวิทบริเวณตลาดหนองมนและถนนข้าวหลามถูกน้ำท่วมขังรอการระบายสูงจนสัญจรลำบาก เทศบาลเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายออกอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันระดับน้ำหลายจุดเริ่มลดลง แต่ยังมีฝนตกประปราย
ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย โดยกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ฯ จัดกำลังพล ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ พื้นที่เทศบาลเมืองแสนสุข มีพื้นที่ชุมชน จำนวน 25 ชุมชน เส้นทางการจราจร ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 สายทาง ได้แก่ ถนนสุขุมวิท (บริเวณหน้าตลาดนัดจตุจักร, หน้าตลาดหนองมน) ขาออกบางแสน ถนนข้าวหลาม และถนนเลี่ยงตลาดหนองมน ทั้งนี้ หน่วยได้จัดชุดจิตอาสาประสานส่วนที่เกี่ยงข้องให้ความช่วยเหลือ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ และเตรียมกระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำ
นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งให้อาสาสมัครเครือข่ายใน จ.กาญจนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 8–10 กันยายน พร้อมวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนสะสม
เกิน 100 มิลลิเมตรต่อ 24 ชั่วโมง ขอให้ประชาชนพื้นที่ลุ่มต่ำยกสิ่งของและสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูง สังเกตสัญญาณเตือนภัย เช่น น้ำเปลี่ยนสีหรือมีเศษซากไม้ไหลมา หลีกเลี่ยงการข้ามทางน้ำหรือทำกิจกรรมในลำน้ำ ควรมี
เวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมพร้อมอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย โดยสามารถติดต่อ
ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย โทร. 02 621 9701 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.dmr.go.th/ธรณีพิบัติภัย

# ปภส่งCell Broadcastแจ้งเตือนน้ำท่วม #กองทัพบกเร่งขนย้ายสิ่งของช่วยเหลือประชาชน #อุทกภัย #กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงกลาโหม #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar