“เอกนัฏ” ห่วงความปลอดภัย “ตู้น้ำดื่ม” ในโรงเรียน-ที่สาธารณะ เร่ง สมอ. คุมมาตรฐาน
มีผลบังคับใช้ 1 ต.ค. 68
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานตู้น้ำดื่มในโรงเรียนและในที่สาธารณะ จากมาตรฐานทั่วไปให้เป็น มาตรฐานบังคับเฉพาะด้านความปลอดภัย มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่นักเรียนและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ สมอ. ยังเตรียมประกาศเป็นสินค้าควบคุมที่ต้องได้รับใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ก่อนจำหน่าย อีก 3 รายการ ได้แก่ เครื่องทอดน้ำมันท่วม เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับการดูแลผม ขน หรือผิว (มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. 68) เตาอบไมโครเวฟและเตาอบไมโครเวฟร่วมสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย (มีผลบังคับใช้ ในวันที่ 30 ธ.ค. 68) หากประชาชนพบเห็นการขายสินค้าที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. ทั้งตามร้านค้าทั่วไป หรือช่องทางออนไลน์ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม “แจ้งอุต” หรือไลน์ไอดี @traffyfondue เลือกไปยัง “แจ้งอุต” โดยเมื่อได้รับแจ้ง ทีมสุดซอยของกระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการตรวจสอบทันที
รายละเอียด
(29 มิ.ย. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับสุขภาวะของเด็กไทยและประชาชน โดยเฉพาะการสร้างสภาพแวดล้อม
ที่ปลอดภัยในโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งในด้านอาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งล่าสุด สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานตู้น้ำดื่ม ในโรงเรียน จากมาตรฐานทั่วไปให้เป็น มาตรฐานบังคับ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
ซึ่งเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 68 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งดำเนินการกำหนดให้
“ตู้น้ำดื่ม” ในโรงเรียนเป็นสินค้าควบคุม เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่นักเรียนในโรงเรียน โดยในวันที่
1 ตุลาคม 2568 มาตรฐานดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย ต้องผลิต นำเข้า และจำหน่าย เฉพาะสินค้าที่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เท่านั้น มิฉะนั้นจะมีโทษตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากที่ สมอ. ประกาศเป็นสินค้าควบคุมแล้ว จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าตู้น้ำดื่มทุกตู้ที่ใช้ในโรงเรียนหรือ ในที่สาธารณะต่าง ๆ จะมีความปลอดภัยในการใช้งาน นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ สมอ. เตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการ “ตู้น้ำดื่ม” ก่อนที่มาตรฐานจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เพื่อยกระดับการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและปกป้องผู้ประกอบการภายในประเทศ
นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรฐาน “ตู้น้ำดื่ม” เดิมเป็นมาตรฐานทั่วไป ต่อมาได้มีการแก้ไขปรับปรุงให้เป็น มาตรฐานบังคับ “ตู้น้ำร้อนน้ำเย็นบริโภค และตู้น้ำเย็นบริโภค เฉพาะด้านความปลอดภัย มอก. 2461-2565” โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน IEC (International Electrotechnical Commission) ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศที่สากลให้ การยอมรับ โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย ซึ่งมาตรฐานนี้จะครอบคลุมตู้น้ำดื่มที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 250 โวลต์ แต่ไม่ครอบคลุมตู้น้ำดื่มที่ใช้กับยานยนต์ เรือ หรือเครื่องบิน และมีข้อกำหนดที่สำคัญด้านความปลอดภัยของตู้น้ำดื่ม ได้แก่
มีระบบป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานสัมผัสกับส่วนที่มีไฟฟ้า
มีระบบป้องกันความชื้น เช่น หยดน้ำหรือละอองฝน
ต้องผ่านการทดสอบไฟรั่ว และการติดตั้งสายดินอย่างถูกต้อง
ไม่แผ่รังสีที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้
ต้องมีฉลากระบุชัดเจนถึงชนิดสินค้า การใช้งาน ประเภท แรงดันไฟฟ้า กำลังไฟฟ้า แบบ รุ่น และ
คำเตือนเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 68 สมอ. ยังได้จัดการสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการในการยื่นขอใบอนุญาตให้แก่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายสินค้า ที่จะประกาศเป็นสินค้าควบคุมซึ่งต้องได้รับใบอนุญาต มอก. ก่อนจำหน่าย จำนวน 4 รายการ ได้แก่
1. ตู้น้ำร้อนน้ำเย็นบริโภคและตู้น้ำเย็นบริโภค เฉพาะด้านความปลอดภัย
2. เครื่องทอดน้ำมันท่วมปริมาณน้ำมันสูงสุด ไม่เกิน 5 ลิตร และกระทะทอด
3. เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับการดูแลผม ขน หรือผิว
โดยสินค้าทั้ง 3 รายการ จะมีผลบังคับใช้พร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2568
4. เตาอบไมโครเวฟและเตาอบไมโครเวฟร่วมสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัย จะมีผลบังคับใช้ในวันที่
30 ธันวาคม 2568
รัฐบาลยืนยันเดินหน้านโยบายคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนอย่างจริงจัง พร้อมส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ทั้งนี้ มาตรการที่ออกมาไม่เพียงช่วยปกป้องผู้บริโภค แต่ยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม
บทลงโทษ หากฝ่าฝืนนำเข้า โฆษณา และจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
กระทรวงอุตสาหกรรม บูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
ในการป้องกันและปราบปรามสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 เพื่อควบคุมสินค้านำเข้าภายใต้มาตรฐานบังคับ ผู้จำหน่ายต้องแสดงรายละเอียดสินค้า เครื่องหมายมาตรฐาน มอก. และ QR code ให้เห็นชัดเจนตามที่กำหนด หากฝ่าฝืนผู้นำเข้า ผู้โฆษณา และผู้จำหน่ายต้องได้รับโทษ ดังนี้
บทลงโทษสำหรับผู้นำเข้าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตแต่ไม่แสดงเครื่องหมายมาตรฐานกับสินค้า มีโทษปรับไม่เกิน 3 แสนบาท
แพลตฟอร์มออนไลน์ เจ้าของโกดังที่ให้เช่า ผู้โฆษณา และผู้จำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากประชาชนพบเห็นการขายสินค้าที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. ทั้งตามร้านค้าทั่วไป หรือช่องทางออนไลน์ สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม “แจ้งอุต” หรือไลน์ไอดี @traffyfondue เลือกไปยัง
“แจ้งอุต” โดยเมื่อได้รับแจ้ง ทีมสุดซอยของกระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการตรวจสอบทันที