ครม. ไฟเขียวงบกลางเพิ่มเติม 1.3 พันล้านบาท โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567

ครม. ไฟเขียวงบกลางเพิ่มเติม 1.3 พันล้านบาท โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567

บทสรุป

(10 มิ.ย. 68) คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 1,309.76 ล้านบาท เพื่อดำเนินแผนงาน/โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 เพิ่มเติม เนื่องจากงบประมาณที่อนุมัติไปก่อนหน้านี้ไม่เพียงพอ และเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมกลุ่มเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2567 (ช่วงภัย 20 พ.ย. – 31 ธ.ค. 67) ประกอบด้วย (1) โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 วงเงิน 848.66 ล้านบาท และ (2) โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ปี 2567 วงเงิน 461.10 ล้านบาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ จำนวน 8 โครงการ เพื่อช่วยเหลือให้ครอบคลุมเกษตรกรทั่วประเทศ รวมทั้งช่วยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 สามารถฟื้นฟูและประกอบอาชีพทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว บรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกรมีความมั่นใจว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับอาชีพเกษตรกรรมและมีความห่วงใยความเป็นอยู่ของเกษตรกร

รายละเอียด

​(10 มิ.ย. 68) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 1,309.76 ล้านบาท เพื่อดำเนินแผนงาน/โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 เพิ่มเติม ประกอบด้วย (1) โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 วงเงิน 848.66 ล้านบาท และ (2) โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ปี 2567 วงเงิน 461.10 ล้านบาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ

สาระสำคัญ

1. คณะรัฐมนตรีมีมติ (5 พฤศจิกายน 2567) ได้อนุมัติงบประมาณปี 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินงานแผนงาน/โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 (ช่วงภัยวันที่ 14 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2567) จำนวน 8 โครงการ วงเงิน 2,553.01 ล้านบาท เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย (กรมการค้าข้าว) จำนวน 1,571.35 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมทางเลือกอาชีพด้านประมงการเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อพลาสติกและในกระชังบก (กรมประมง) จำนวน 23.92 ล้านบาท

2. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการตามโครงการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม - 31 ตุลาคม 2567 แต่งบประมาณในการดำเนินการที่ผ่านมาไม่เพียงพอกับการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงไม่ครอบคลุมกลุ่มเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ปี 2567 ช่วงภัยวันที่ 20 พฤศจิกายน - 31 ธันวาคม 2567 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้จัดทำเรื่อง ขออนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2568 เพื่อดำเนินแผนงาน/โครงการ ฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 เพิ่มเติม เสนอศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) โดยในคราวประชุม ครั้งที่ 2/68 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 ที่ประชุม ศปช. มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณ จำนวน 1,989.72 ล้านบาท ตามที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอ โดยขอให้ดำเนินการตามขั้นตอน ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใส และใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอให้สำนักงบประมาณ (สงป.) และกระทรวงการคลัง (กรมบัญชีกลาง) ตรวจสอบความซ้ำซ้อน ความถูกต้องให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องต่อไป

3. เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมเกษตรกรทั่วประเทศ รวมทั้งช่วยให้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย

ปี 2567 สามารถฟื้นฟูและประกอบอาชีพทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว รวมทั้งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกรมีความมั่นใจว่า รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรมและมีความห่วงใยความเป็นอยู่ของเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขออนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินแผนงาน/โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 เพิ่มเติม จำนวน 8 โครงการ วงเงิน 1,309.76 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้ (ตามข้อมูล ตาราง)

4. สำนักงบประมาณ ได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา โดยนายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 1,309.76 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 เพิ่มเติม จำนวน 8 โครงการ สำหรับ 6 หน่วยรับงบประมาณ และขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

​​4.1 ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำรายละเอียด หลักเกณฑ์และวิธีดำเนินงาน โดยคำนึงถึงการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จำนวนพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่เพาะปลูกหรือทำการเกษตร และหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามความจำเป็นเหมาะสม สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ตลอดจนการกำหนดกลไกในการตรวจสอบในรูปแบบคณะกรรมการระดับต่าง ๆ ด้วยความรอบคอบ และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้วย

4.2 ให้หน่วยรับงบประมาณที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อขอทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณ ตามขั้นตอนต่อไป


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar