นายกฯ แถลงผล 2 เดือน Seal Stop Safe เผายาเสพติดกว่า 27 ตัน หยุดยั้งการแพร่ระบาด

นายกฯ แถลงผล 2 เดือน Seal Stop Safe เผายาเสพติดกว่า 27 ตัน หยุดยั้งการแพร่ระบาด

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลการปฏิบัติงานการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน ในห้วง 2 เดือนแรก (1 ก.พ. - 31 มี.ค. 68) โดยการร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาสู่การจับกุมและยึดของกลางยาบ้า 76,556,800 เม็ด เพิ่มจากปี 2567 กว่า 20 ล้านเม็ด และไอซ์ 7,527 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปี 2567 กว่า 7 พันกิโลกรัม และยังได้เผาทำลายของกลางยาเสพติดในรอบดังกล่าวรวมกว่า 27 ตัน เพื่อยืนยันว่าจะไม่มียาเสพติดของกลางวนกลับสู่ชุมชนได้อีก และยังมีการนำผู้เสพเข้ารับการบำบัดอีกกว่า 300,000 คน ช่วยลดโอกาสการกลับเข้าสู่วงจรยาเสพติดได้เป็นอย่างดี นายกรัฐมนตรี ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนและประชาชนทุกคนที่ร่วมมือกันทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด

(10 เม.ย. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีแถลงผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน ในห้วง 2 เดือนแรก (1 ก.พ. - 31 มี.ค. 68) และการเผาทำลายยาเสพติดของกลางของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด (ป.ป.ส.) ประจำปี 2568 (ครั้งที่ 2) นายกรัฐมนตรี รับชมวีดิทัศน์ “สรุปผลการดำเนินงานปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน” พร้อมกล่าวว่า ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในช่วงที่ผ่านมาเป็นผลมาจากความร่วมมืออย่างบูรณาการของทุกภาคส่วน ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปัญหานี้ไม่สามารถแก้ไขได้โดยภาคส่วนหรือหน่วยงานใดเพียงลำพัง อย่างไรก็ตามรัฐบาลให้ความสำคัญและจริงจังกับการแก้ปัญหานี้ โดยตระหนักว่าทุกภาคส่วนมีบทบาทสำคัญในการร่วมกันทำให้ยาเสพติดลดลง แม้ประเทศไทยอาจไม่ใช่แหล่งผลิตหลัก แต่เป็น “ทางผ่าน” ที่ต้องมีการสกัดกั้นอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้ยาเสพติดหลุดรอดเข้าสู่ประเทศได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้กองทัพได้ดำเนินการเกี่ยวกับ “Seal Stop Safe” ซึ่งได้ผลดีเป็นอย่างมาก ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันดำเนินการอย่างทุ่มเท เมื่อประชาชนเห็นเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบจะรู้สึกอุ่นใจ เพราะลงพื้นที่และทำงานกันอย่างจริงจัง นอกจากนี้ เมื่อสามารถลดปริมาณยาเสพติดได้แล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือการบำบัดรักษาผู้เสพ ปัจจุบันหลายพื้นที่มีการดำเนินการบำบัดอย่างเข้มข้น มีผู้เข้ารับการบำบัดแล้วกว่า 300,000 คน ซึ่งช่วยลดโอกาสการกลับเข้าสู่วงจรยาเสพติดได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า ผู้เสพ คือ “ผู้ป่วย” ที่ควรได้รับการรักษาและฟื้นฟู เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคม และกลายเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป
“ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในหลายด้าน ทั้งในเรื่องอาชญากรรม โดยใช้มาตรการ
“3 ตัด” คือ ตัดน้ำ ตัดไฟ และตัดอินเทอร์เน็ต ซึ่งได้ผลอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอชายแดน มีการปฏิบัติการร่วมกับตำรวจในพื้นที่ 76 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รวมถึงมีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ
2 เดือน จนมั่นใจว่าไม่มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดอีก”
สำหรับการเผาทำลายของกลางยาเสพติดในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าของกลางจะไม่ได้กลับเข้าสู่ระบบหรือวนเวียนอยู่ในสังคมอีกต่อไป
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า “ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างบูรณาการต่อไป หากมีปัญหาหรือความต้องการความช่วยเหลือใด ๆ ขอให้พูดคุยประสานงานกัน เพราะปัญหายาเสพติดคือ “วาระแห่งชาติ” ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนอุปกรณ์ หรือการดูแลเจ้าหน้าที่ทุกคน เพราะนี่คือเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของรัฐบาลว่า ปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องใหญ่ของชาติ ทุกคนต้องร่วมมือกัน เพื่อทำให้ ยาเสพติดหมดไปจากประเทศไทยอย่างถาวร”
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการการแสดงผลการดำเนินงานปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด และได้ชมการสุ่มตัวอย่างยาเสพติดของกลางด้วยวิธี Color's test รวมถึงการเผาทำลายยาเสพติด
สำหรับผลการดำเนินการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe มีผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจน วัดผลที่สำคัญได้ ดังนี้ 1.จับกุมยาบ้า 76,556,800 เม็ด เพิ่มจากปี 2567 กว่า 20 ล้านเม็ด เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 32 และ 2.จับกุมไอซ์ 7,527 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปี 2567 กว่า 7 พันกิโลกรัม เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 1,700 ส่วนการทำลายยาเสพติดของกลางของสำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขให้ทำลายยาเสพติดของกลางที่ผ่านการตรวจพิสูจน์แล้วจากสถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของปี 2568 และนับเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้รัฐบาลนี้ จำนวนคดีรวม 80 คดี น้ำหนักสุทธิยาเสพติดของกลางรวม 23,866.14 กิโลกรัม (23.87 ตัน) และ น้ำหนักยาเสพติดของกลางและสิ่งห่อหุ้มรวม 27,816.69 กิโลกรัม (27.82 ตัน)
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้โพสข้อความใน Facebook และ X ระบุว่า ประเทศไทยไม่ใช่ต้นทางผลิตยาเสพติด แต่เป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม การจะแก้ปัญหา จึงต้องร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และต้องบูรณาการร่วมกับอาชญากรรมอื่น ทั้งปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ การลักลอบขนส่งสินค้าหนีภาษีและผิดกฎหมาย ในช่วงที่ผ่านมา การแก้ไขปัญหาอาชญากรรม โดยใช้มาตการ 3 ตัด รวมถึงการดำเนินงานปฏิบัติการสกัดกั้น และ ปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลัง 51 อำเภอชายแดน และ 76 สถานีตำรวจใน 14 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา เบื้องต้นกำหนดเวลาดำเนินการไว้ 6 เดือน โดยจะประเมินผลงานทุก 2 เดือน เพื่อประเมินผล ทบทวนการทำงาน ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะขยายผลให้ครอบคลุมครบทุกพื้นที่ในประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในการทำงาน ต้องย้ำให้ชัดว่าเจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่ใช้อำนาจเกินขอบเขต เน้นการมีส่วนร่วมภาคประชาชนในการตรวจสอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รัฐบาลขอยืนยันว่า เราจะสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมกันทำงานอย่างหนักและเสียสละทำงานอย่างเต็มศักยภาพ สนับสนุนเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีทันสมัยให้แก่เจ้าหน้าที่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด
#นายกฯแถลงผล2เดือนSealStopSafeเผายาเสพติดกว่า27ตันหยุดยั้งการแพร่ระบาด #ผลปฏิบัติการSealStopSafe #สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด #กระทรวงยุติธรรม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง
------------------------------------------
รวบรวมโดย: กองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์
จัดทำโดย: นางจริยา ประสพทรัพย์ รักษาการผู้อำนวยการกองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ โทร. 092 2468306
นางภณิตา บูรณ์เจริญ ผู้อำนวยการส่วนการประชาสัมพันธ์ โทร. 092 2468710
นางสาวสุณิสา สังข์วงค์ นักสื่อสารมวลชนชำนาญการ โทร. 092 2468693
นางสาวกัลยา คงยั่งยืน นักวิเคราะห์ข้อมูล


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar