“ภูมิธรรม” ลุย หนองคาย บึงกาฬ อุดรฯ ติดตาม “SEAL STOP SAFE” และหลายโครงการ เพิ่มคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่

“ภูมิธรรม” ลุย หนองคาย บึงกาฬ อุดรฯ ติดตาม “SEAL STOP SAFE” และหลายโครงการ
เพิ่มคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใช้โอกาสช่วงวันหยุด 5-7 เมษายน 2568 ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ และอุดรธานี ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐในพื้นที่ ทั้งโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การเกษตรและการท่องเที่ยว รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง น้ำท่วม การติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมห้วยปลาแดก จังหวัดหนองคาย และการก่อสร้างโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านกกสะทอน จังหวัดอุดรธานี ซึ่งจากการลงพื้นที่ได้รับฟังความคืบหน้าการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและประชาชน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังติดตามผลการปฏิบัติการ Seal Stop Safe ของแต่ละจังหวัดที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะที่จังหวัดบึงกาฬ ที่มีอำเภอติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้านถึง 4 อำเภอ และได้จัดตั้งศูนย์บำบัดฟื้นฟูควบคู่การป้องกันปราบปราม ซึ่งศูนย์บำบัดฟื้นฟูนี้จะเป็นตัวอย่างให้แก่จังหวัดอื่นนำไปปรับใช้ได้ พร้อมขอให้แต่ละพื้นที่มุ่งเน้นรวบรวมข้อมูลข่าวสาร เพิ่มความถี่และวงรอบการลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่รับผิดชอบ และยังได้ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2568 จังหวัดอุดรธานี ที่ได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส
“ภูมิธรรม” ตรวจราชการ จ.หนองคาย ติดตามการปฏิบัติการ Seal Stop Safe และความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมห้วยปลาแดก
(5 เม.ย. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ที่ว่าการอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เพื่อหารือข้อราชการกับส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงติดตามความคืบหน้าของโครงการพัฒนาต่างๆ ที่รัฐบาลได้ให้การสนับสนุน โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การเกษตร และการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดหนองคาย
นายภูมิธรรม ยังได้รับฟังการดำเนินงานตามนโยบาย Seal Stop Safe ของจังหวัดหนองคาย ที่ศาลากลางจังหวัดหนองคาย ซึ่งนโยบาย Seal Stop Safe เป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ นอกจากนี้ยังหารือถึงสถานการณ์การเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้งและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาจังหวัดหนองคาย นายภูมิธรรม กล่าวชื่นชมการทำงานของทุกภาคส่วน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดหนองคายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
จากนั้นนายภูมิธรรม ยังได้ตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมห้วยปลาแดก ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่จะขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 10,053,000 บาท เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะตลิ่งริมห้วยปลาแดก และรักษาความมั่นคงของชุมชนในระยะยาว

“ภูมิธรรม” ติดตามรับมือภัยแล้ง-ภัยพิบัติ และการปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ที่ จ.บึงกาฬ
(6 เม.ย. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามปัญหาและการปราบปรามยาเสพติด Seal Stop Safe ที่ จ.บึงกาฬ และติดตามการเตรียมความพร้อมภัยแล้ง-ภัยพิบัติ
จังหวัดบึงกาฬ มีอำเภอชายแดน 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองบึงกาฬ อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด และอำเภอบุ่งคล้า เป็นพื้นที่ลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามลำน้ำโขง ได้แก่ ยาบ้า ไอซ์ และเคตามีน ส่วนการดำเนินงานบำบัดฟื้นฟู ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดในระบบสมัครใจในโรงพยาบาล มีเป้าหมาย 1,883 คน และทางจังหวัดได้ขับเคลื่อนตามแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปรามปราบยาเสพติด Seal Stop Safe ผนึกกำลังอำเภอชายแดนจังหวัดบึงกาฬ อย่างเข้มข้น
นายภูมิธรรม กล่าวว่า จ.บึงกาฬได้ชื่อว่าเป็นที่พื้นที่ที่มีทางเข้าออกของยาเสพติดจำนวนมาก แต่มีจุดแข็งในการแก้ปัญหายาเสพติด โดดเด่นเรื่องการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูบำบัดผู้เสพยาเสพติด ควบคู่ไปกับการปราบปราม ตามนโยบายการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด “Seal Stop Safe” ตามแนวชายแดนธรรมชาติลำน้ำโขง คาดว่าจังหวัดบึงกาฬจะเป็นตัวอย่างที่ดีด้านการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดต่อไป
นายภูมิธรรม ยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านโพนทอง หมู่ที่ 3 ต.หนองพันทา อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ พร้อมรับปากว่าจะผลักดันงบประมาณการก่อสร้างถนนเพิ่มเติมให้อีก 1.5 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาการเดินทางและขนส่งผลผลิตทางการเกษตรของประชาชนใน 3 หมู่บ้าน ของตำบลหนองพันทา อำเภอโซ่พิสัย จ.บึงกาฬ
จากนั้น นายภูมิธรรม ได้ตรวจเยี่ยมค่ายบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด นาคาล้อมรักษ์โมเดล ค่ายคืนคนดี สู่สังคม ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 5 อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ซึ่งในปี 2567 รัฐบาลมีนโยบายให้แก้ไขปัญหายาเสพติด ในพื้นที่สีแดง อำเภอโซ่พิสัยจึงได้บูรณาการทุกภาคส่วนในการป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษาฟื้นฟู โดยจากการสำรวจพบผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดจากกลุ่มสีแดง สีส้ม สีเหลือง สีเขียว รวม 719 คน แต่เนื่องจากโรงพยาบาลโซ่พิสัยเป็นโรงพยาบาลชุมชน มีข้อจำกัดในการใช้พื้นที่สำหรับดูแลรักษากลุ่มจิตเวช และข้อจำกัดด้านการส่งต่อไปยังจิตแพทย์ จึงจัดสถานที่เข้ารับการรักษาผู้ป่วยจิตเวชกลุ่มสีแดง โดยใช้พื้นที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 5 อำเภอโซ่พิสัย ในการดูแลบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด นาคาล้อมรักษ์โมเดล โดยเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นมา รับเฉพาะเพศชาย ผลการดำเนินงานมียอดผู้ป่วยเข้าบำบัดทั้งสิ้น 847 ราย และเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2567 ได้ขยายบริการในผู้ป่วยจิตเวชจากผู้ป่วยยาเสพติดสีแดงเพศหญิง หรือ นาคีล้อมรักษ์ ซึ่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทยอีกด้วย
นายภูมิธรรม ยังได้เดินทางไปที่หอประชุมโรงเรียนพรเจริญวิทยา อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ตรวจเยี่ยมและพบปะส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนชาวอำเภอพรเจริญ และรับทราบการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งอำเภอพรเจริญมี 7 ตำบล 58 หมู่บ้าน ประชากรประมาณ 44,000 คน มีปัญหายาเสพติดแพร่กระจายในหมู่วัยรุ่นและวัยแรงงาน ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอพรเจริญ ได้ดำเนินการแก้ปัญหาโดยความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ยกเลิกการมีสายข่าวยาเสพติด ที่อาจทำให้ประชาชนไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอพรเจริญได้ปรับปรุงอาคารกองร้อย อส.หลังเก่า ใช้เป็นค่ายคืนคนดีสู่สังคม ดำเนินการไปแล้ว 2 รุ่น ๆ ละ 40 คน ระยะเวลารุ่นละ 120 วัน และยังได้ปรับปรุงอาคารเก่าโรงพยาบาลพรเจริญใช้เป็นศูนย์พักคอย “นาคาล้อมรักษ์” สำหรับรักษาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดกลุ่มสีแดง ส่วนการป้องกัน ในปีงบประมาณ 2568 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ออกตรวจตราร้านคาราโอเกะ และแหล่งมั่วสุมต่าง ๆ เป็นประจำ และจับกุมผู้เสพ ผู้ค้า 73 คดี ผู้ต้องหา 76 คน ของกลางยาบ้า 224,334 เม็ด ไอซ์ 102.98 กรัม มีการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด 87 ราย

“ภูมิธรรม” ลงพื้นที่ จ.อุดรธานี ตรวจเยี่ยมการเกณฑ์ทหาร ติดตามความคืบหน้าปฏิบัติการ Seal Stop Safe และความคืบหน้าโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านกกสะทอน
(7 เม.ย. 68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกิน เข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2568 จังหวัดอุดรธานี คณะที่ 1 ณ อุดรธานีฮอลล์ ชั้น 4 เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี ทั้งนี้ นายภูมิธรรม ได้เน้นย้ำให้คณะตรวจเลือกฯ ดำเนินการด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม สามารถตรวจสอบได้ และได้พูดคุยให้กำลังใจกับผู้ที่มาเข้ารับการตรวจเลือกฯ อย่างเป็นกันเอง พร้อมทั้งได้มอบใบ สด.43 ให้กับทหารกองเกิน ที่ร้องขอเข้ารับราชการทหาร
นายภูมิธรรม กล่าวว่า หลายส่วนพยายามผลักดันการเกณฑ์ทหารโดยสมัครใจและเรากำลังเข้าสู่กระบวนการนี้ แต่ขอให้เข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ทันทีเพราะกองทัพต้องเตรียมพร้อมกำลังพลรองรับกรณีเกิดเหตุจำเป็น ซึ่งกองทัพได้เริ่มต้นเปิดรับผู้สมัครใจเข้ามาเป็นทหารมาหลายปีแล้วและมีผู้สมัครใจสมัครเป็นทหารเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้การจะผลักดันให้มีผู้สมัครใจเข้าเป็นทหารจะต้องทำให้รู้ถึงประโยชน์ที่จะได้รับ และกองทัพพยายามปรับการเรียนการสอนโดยประสานกับสถาบันการศึกษาให้ฝึกอบรมวิชาการใหม่ๆ รองรับโลกที่เปลี่ยนแปลง ถ้ามีการพัฒนาอย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เชื่อว่าการสมัครเข้าเป็นทหาร จะเป็นการเปิดโอกาสและเป็นอีกทางเลือกให้แก่ผู้ที่ไม่มีโอกาสในชีวิต
จากนั้น นายภูมิธรรม ตรวจเยี่ยม และติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานของหน่วยกำลังป้องกันชายแดน และงานตามนโยบายของรัฐบาล ในพื้นที่รับผิดชอบของ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ณ กองบัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา จังหวัดอุดรธานี
ทั้งนี้ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ตามนโยบาย Seal Stop Safe ของรัฐบาล โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัดชายแดน รวม 23 อำเภอชายแดน ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย
ซึ่งหน่วยจัดกำลังในบทบาทของส่วนสกัดกั้นตอนบน โดยวางแผน อำนวยการ ประสานงาน และผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน เข้ายับยั้ง และสกัดกั้นไม่ให้มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์เข้ามาในพื้นที่ รวมทั้งปราบปรามทำลายโครงสร้างเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดและวงจรทางการเงิน ของกลุ่มนักค้ายาเสพ จากการปฏิบัติการนำไปสู่การจับกุมการกระทำผิด ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ จนถึงปัจจุบัน ( 1 ก.พ. – 6 เม.ย. 68) จำนวน 208 ครั้ง ผู้ต้องหา 247 ราย ของกลาง ยาบ้า 19,483,905 เม็ด และ ไอซ์ 1,661.136 กิโลกรัม
นายภูมิธรรม มอบแนวทางการปฏิบัติ ในการป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนโดยขอให้มุ่งเน้นรวบรวมข้อมูลข่าวสาร เพิ่มความถี่ และวงรอบการลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่รับผิดชอบ เน้นย้ำให้เข้มงวดในการปฏิบัติ ณ จุดตรวจตามเส้นทางที่ล่อแหลมต่อการลักลอบ นำเข้า - ส่งออก บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติด ทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนใน ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงภัยจากยาเสพติด ปลูกฝังอบรมให้เยาวชนตระหนักรู้ผลกระทบที่เกิดขึ้น สร้างเครือข่ายกับประชาชนในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง และแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนตามแนวชายแดน พร้อมย้ำต้องการผลงานที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่ชายแดน ขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น กำชับไม่ให้กำลังพลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หรือรับสินบนอันจะนำความเสื่อมเสียมาสู่กองทัพโดยเด็ดขาด และดูแลสิทธิสวัสดิการต่างๆ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพล
จากนั้นนายภูมิธรรม ได้ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและการเก็บกักน้ำหนองหน้าคู สนับสนุนสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านกกสะทอน ตำบลบ้านตาด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านกกสะทอนพร้อมระบบส่งน้ำ สามารถสูบน้ำได้ 2 ระบบ คือ โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์) และ ใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ 530 ไร่ และสามารถขยายพื้นที่การส่งน้ำต่อไปอีกในอนาคตได้อีก 1,680 ไร่ รับประโยชน์ 1 หมู่บ้าน 270 ครัวเรือน ถึงแม้จะเป็นพื้นที่ไม่มากนัก แต่ก็เป็นแนวทางที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำน้ำไปใช้จากหนองหน้าคูเป็นการใช้พลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

#ภูมิธรรมลุยหนองคายบึงกาฬอุดรฯติดตามSEALSTOPSAFE #นาคาล้อมรักษ์ #สกัดกั้นยาเสพติดแนวชายแดน
#เกณฑ์ทหาร #กระทรวงกลาโหม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง
------------------------------------------
รวบรวมโดย: กองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ กรมประชาสัมพันธ์
จัดทำโดย: นางจริยา ประสพทรัพย์ รักษาการผู้อำนวยการกองส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ โทร. 092 2468306
นางภณิตา บูรณ์เจริญ ผู้อำนวยการส่วนการประชาสัมพันธ์ โทร. 092 2468710
นางสาวสุณิสา สังข์วงค์ นักสื่อสารมวลชนชำนาญการ โทร. 092 2468693
นางสาวกัลยา คงยั่งยืน นักวิเคราะห์ข้อมูล 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar